โรคมือ เท้า ปาก รู้ทันไม่อันตราย

  วันที่ : 2017-05-26  จำนวนผู้เปิดอ่าน 294
  ชื่อผู้เขียน : Mayriko
   
   
 

ในช่วงเข้าหน้าฝนหลายคนมักจะได้ยินข่าวคราว โรคมือเท้าปาก  ระบาดบ่อยครั้งโดยเฉพาะในเด็กเล็ก ช่วงเปิดเทอม จนหลายโรงเรียนต้องประกาศหยุดเรียนกันเลยทีเดียว 

                โรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัสลำไส้หรือเอนเทอร์โรไวรัสหลายชนิด  พบได้บ่อยในเด็กทารก  และเด็กอายุต่ำกว่า  5 ปี  ในโรงเรียนอนุบาล   สถานรับเลี้ยงเด็ก  ศูนย์เด็กเล็กสถานที่เล่นของเด็กในห้างสรรพสินค้าง   โดยเฉพาะในที่อยู่รวมกันอย่างแออัด  จะมีโอกาสที่เกิดการระบาดได้โรคประปรายตลอดปี  แต่จะเพิ่มมากขึ้นในฤดูฝนซึ่งอากาศเย็นและชื้น

                การติดต่อส่วนใหญ่เกิดจากได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ปากโดยตรง  โรคแพร่ติดต่อง่ายในช่วงสัปดาห์แรกของการป่วยโดยเชื้อไวรัสติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย  น้ำมูก  น้ำจากตุ่มพองและแผล  หรืออุจจาระของผู้ป่วย  และเกิดจากการ ไอ จามรดกัน  โดยหายใจเอาเชื้อที่แพร่กระจายละอองฝอยของผู้ป่วย  สำหรับการติดเชื้อจากอุดจาระจะเกิดได้ในเวลาที่เด็กมีอาการทุเลา  จนกระทั่งหายป่วยแล้วประมาณ 1 เดือน แต่จะเกิดขึ้นได้น้อยกว่า

                อาการของโรคหลังจากได้รับเชื้อ 3-6  วัน  ผู้ติดเชื้อจะเริ่มแสดงอาการป่วย  เริ่มด้วยมีไข้ต่ำๆ  อ่อนเพลียต่อมาอีก 1-2 วัน  มีอาการเจ็บปาก  กลืนน้ำลายไม่ได้ และไม่ยอมทานอาหารเนื่องจากมีตุ่มแดงที่ลิ้น เหงือก  และกระพุ้งแก้ม   จะพบตุ่มหรือผื่นนูนสีแดงเล็ก ( มักไม่คัน ) ที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้นด้วย ตุ่มนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใส บริเวณรอบๆ อักเสบและแดง  ต่อมาตุ่มจะแตกเป็นแผลหลุมตื้นๆ อาการจะทุเลาและหายเป็นปกติ ภายใน 7-10 วัน

                โรคนี้ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ  แพทย์จะให้ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้  ยาทาแก้ปวด  ในบางรายมีแผลที่ลิ้นหรือกระพุ้งแก้ม  โดยผู้ปกครองหรือผู้เลี้ยงดูเด็ก  ควรเช็ดตัวเด็กเพื่อลดไข้เป็นระยะ  และให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารอ่อนๆ   รสไม่จัด ดื่มน้ำและน้ำผลไม้และนอนพักผ่อนมากๆ  ถ้าเป็นเด็กอ่อน อาจต้องป้อนนมให้แทนการดูดจากขวด  และตามปรกติโรคมักไม่รุนแรงและไม่มีอาการแทรกซ้อนแต่เชื้อไวรัสบางชนิด  เช่น  เอนเทอโรไวรัส  71  อาจทำให้มีอาการรุนแรงได้  จึงควรดูแลอย่างใกล้ชิดหากพบมีไข้สูง  ซึม  ไม่ยอมทานอาหารหรือน้ำดื่ม  อาเจียนบ่อย หอบ แขนขาอ่อนแรง ชัก  ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเกิดภาวะสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือน้ำท่วมปอด ซึ่งจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ 

                นอกจากนี้โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน  แต่ป้องกันได้โดยการรักษาสุขอนามัยผู้ปกครองควรแนะนำบุตรหลานและผู้เลี้ยงดูเด็กให้ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ ( ก่อนและหลังเตรียมอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร ภายหลังการขับถ่ายหรือเปลี่ยนผ้าอ้อม หลังการดูแลเด็กป่วย)  ตัดเล็บให้สั้นหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน ( เช่น ขวดนม แก้วน้ำ หลอดดูด ผ้าเช็ดหน้า และผ้าเช็ดมือ )  และใช้ช้อนกลาง  ส่วนสถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล  ต้องจัดให้มีอ่างล้างมือและส้วมที่ถูกสุขลักษณะ  หมั่นดูแลรักษาสุขลักษณะของสถานที่และอุปกรณ์เครื่องใช้ให้สะอาดอยู่เสมอ รวมถึงการกำจัดอุจจาระเด็กให้ถูกต้องด้วย

                วิธีการควบคุมโรค  หากพบเด็กป่วย ต้องรีบแยกป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปยังเด็กคนอื่นๆ ผู้ปกครองควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ และหยุดรักษาตัวที่บ้านประมาณ 5 – 7 วัน  หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ  ระหว่างนี้ควรสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น   ไม่ควรพาเด็กไปในสถานที่แออัด  เช่น  สนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ ตลาด และห้างสรรพสินค้า  ควรอยู่ในที่ที่มีการระบายถ่ายเทอากาศได้ดี  ใช้ผ้าปิดจมูกปากเวลาไอจาม  และระมัดระวังการไอจามรดกัน  ผู้เลี้ยงดูเด็กต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัส น้ำมูก  น้ำลาย  หรืออุจจาระเด็กป่วย 

                กรณีมีเด็กป่วยจำนวนมาก  โรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็กต้องดำเนินการดังนี้

                1. ปิดห้องเรียนที่มีเด็กป่วยหรือปิดทั้งโรงเรียนชั่วคราว ( ประมาณ 5-7 วัน ) 

                2. ทำความสะอาดสถานที่เพื่อฆ่าเชื้อโรค บริเวณห้องน้ำ ห้องส้วม  สระว่ายน้ำ  ครัว  โรงอาหาร  บริเวณที่เล่นของเด็ก  สนามเด็กเล่น  โดยใช้ผงซักฟอก หรือสบู่ทำความสะอาดก่อนแล้วตจามด้วยน้ำยาฟอกขาว  ทิ้งไว้ประมาณ  10  นาทีแล้ว  ล้าง/เช็ด/แช่  ด้วยน้ำสะอาดก่อนเพื่อป้องกันสารเคมีตกค้าง

                3. ทำความสะอาดของเล่น เครื่องใช้ของเด็กด้วยการซักล้างแล้วผึ่งแดดให้แห้ง

                4. หยุดใช้เครื่องปรับอากาศ  เปิดม่านให้แสงแดดส่องให้ทั่วถึง 

                สำหรับเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในวัยอนุบาล ที่มักจะติดโรคต่างๆได้ง่าย อย่างโรคมือเท้าปาก การฝึกวินัยล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง  จะเป็นวิธีหนึ่งที่ป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัสได้ดี  ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองหรือคุณครู อาจลองใช้สื่อสุขศึกษาสอนล้างมือผ่านการร้องเพลง ที่ สสส.  ได้เคยจัดทำไว้ เพื่อช่วยสร้างความเพลิดเพลินให้กับการล้างมือ  โดยสอนให้เด็กๆ ร้องเพลง ช้าง ช้าง ช้าง จนจบ 1 รอบ ใช้เวลาเพียง 20 – 30 วินาที  ก็ถือว่าเป็นระยะเวลาล้างมือที่นานพอจะเจือจางเชื้อไวรัสได้มากที่สุด

                     ที่มา หนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์  ปีที่ 26 ฉบับที่ 9564 ประจำวันพุธ ที่ 24  พ.ค. 2560